| Josephine.de.L'... 的个人资料.: J o s e p h i n e ...照片日志列表 | 帮助 |
|
|
.: J o s e p h i n e d e L ' A m o u r ™ :.อี ก นิ ย า ม ใ ห ม่ ข อ ง โ จ เ ซ ฟิ น เ ด อ ร์ ล า มู ร์ 1月27日 S A D M o v i e | อี ก นิ ย า ม รั กI love you พนักงานดับเพลิงอายุ30ปี เลือกแหวนให้แฟนสาวหวังว่าจะอยู่กับเธอตลอดไป “ฉันขอโทษที่สาย” จินวู(Jib-woo)พนักงานดับเพลิงเลือดร้อนเต็มไปด้วยหน้าที่ ผู้ซึ่งไม่เคยชินกับความรักเขาวางแผนจะขอเธอแต่งงานในแบบที่เธอจะไม่มีวันลืม “ฉันรู้สึกถึงคุณฝ่ายเดียว” ซู-จุง(Soo-jung)นักพยากรณ์อากาศ แฟนสาวของพนักงานดับเพลิง ผู้ซึ่งรอให้ฝนตกทุกวัน I Understand เด็กหนุ่มเฉื่อย และผู้หญิงที่รักเค้าอย่างสุดซึ้ง เริ่มเห็นความรักระยะยาวของเขาทั้งสอง....เริ่มเย็นชา “ ถ้าฉันสามารถทำให้เธอกลับมาได้ ฉันไม่สนหรอกว่าจะมีใครอีกกี่คนต้องแยกกัน” ฮา-สัก (Ha-Seok) ในปีที่3ของการเรียนที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขารอดชีวิตจากการต่อยมวยหรือจริงๆแล้วเบื้องหลังมันมาจากการจ่ายเงินของแฟนสาว และเมื่อไม่นานนี้เขาเพิ่งเปิดบริษัทแห่งการแยกทาง “ เพื่อช่วยคนให้เลิกกับคู่ของตน ” รัก....ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว เลิกกันเถอะ ” ซุก-ฮุน Sook-hyun ทำงานเป็นพนักงานเก็บเงินที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตมา3ปี และเธอขาดแคลนประสบการณ์ความรักตลอดระยะเวลาทั้ง3ปีนั้น มีบุคลิกเป็นผู้ยึดมั่นในความจริง เงียบและสุขุม I’m sorry เด็กชายวัย8ขวบ ผู้ปรารถนาการโอบกอดของแม่ ต้องทะเลาะกับแม่ที่มีงานยุ่งตลอดเวลา “ สัญญากับแม่นะ..ลูกจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว ลูกจะเป็นผู้ใหญ่ ” จู-ยัง Ju-young นักออกแบบภายในที่มีชื่อเสียงเพราะความสามารถของเธอ แม่ที่ไม่เคยว่าง แม่ที่ไม่เคยมีเวลาไปส่งลูกที่โรงเรียนเลย “ แม่..อย่าไป..อย่าไป” Hwi-chan เด็กประถม 2เด็กผู้ชายที่จริงๆแล้วเป็นเด็กดีและเป็นเด็กที่น่ารัก แต่จะแสดงอาการโกรธทุกครั้งที่แม่ของเขาไม่ได้อยู่ด้วยแถวนั้น Thanks ฝันถึงรักครั้งแรก ผู้หญิงหูหนวก ผู้ซ่อนบาดแผลบนหน้าของเธอที่ติดตามเขามาจากอดีต “ ไม่เป็นไร...พวกเขาพูดว่ารักครั้งแรกไม่มีจริง ”
Se-eun ผู้เข้าร่วมเดินขบวนที่สวนสาธารณะในเมือง หญิงสาวซึ่งแบกบาดแผลจากการถูกไหม้บนหน้าของเธอ ผู้หญิงหูหนวกกับบุคลิกสดใสร่าเริง และเฉลียวฉลาด....ยังมีบางอย่างที่ฉันต้องการจะบอก ! Sang-kyu จิตรกรอิสระที่วาดรูปตามท้องถนนและในสวนสาธารณะ ใช้ทุกวิถีทางในการตามหาผู้หญิงที่มาหนีเขาไป... แล้วฉันล่ะ...อยากจะเป็นตอนนึงของหนังเรื่องนี้จัง....
11月21日 21 พฤศจิกา | ก็แค่วันธรรมดา...แต่อยู่กับเวลาที่พิเศษ21.11.2006
2 1 พ ฤ ศ จิ ก า |
ก็ แ ค่ วั น วั น นึ ง ข อ ง ค น ธ ร ร ม ด า . . . แ ต่ อ ยู่ กั บ เ ว ล า ที่ พิ เ ศ ษ
คุณเคยมีวันพิเศษกันรึเปล่า
วันวาเลนไทน์ วันที่คุณอาจได้ไปไหนมาไหน อยู่ข้างกายกับคนที่คุณรัก แต่สำหรับฉันเหรอ เหอๆๆ แค่คิดก็ไม่ควรเสียแล้ว
วันสงกรานต์ วันที่คุณจะไปเล่นสาดน้ำอยู่หน้าบ้านกับเพื่อนบ้านตัวดีของคุณ แต่สำหรับฉัน ฉันไม่ชอบอ่ะ แต่ไม่ได้กลัวน้ำนะ เย้ยย..
วันลอยกระทง วันที่คุณจะเอากระทงน้อยกระจ้อยริด ไปลอยกับคนรักของคุณ แต่สำหรับฉัน 55+ กระทงหลงทางตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลอยเลย
แล้ว...วันอะไรล่ะ อืม
วันเกิด วันที่คุณจะได้เป่าเค้ก ที่มีเทียนน้อยปักอยู่บนเนื้อแป้งอันแสนนุ่ม สำหรับฉัน ... ใช่แล้วล่ะ วันนี้เลยที่เป็นวันของฉัน
ฉันตื่นเช้าขึ้นมา ซึ่งเป็นวันที่เช้ามาก มากจนผิดไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะสามารถลุกจากเตียงโดยปราศจากการปลุกของเจ้ามือถือตัวดี ทันทีที่ตั้งสติได้ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของฉันนี่นา สิ่งหนึ่งที่คิดขึ้นได้คือ วันนี้มันก็คงไม่ต่างอะไรจากวันธรรมดาวันอื่นๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่หากตอนที่ฉันนั่งเขียนไดอารี่ฉบับนี้อยู่นั้น แล้วฉันคิดว่ามันเป็นวันธรรมดา ฉันคงเป็นคนนึงที่โง่มากเลยทีเดียว ไม่ซิมันไม่ใช่วันธรรมดาอย่างที่ฉันคิดแม้แต่น้อย ฉันเชื่อว่า หากวันนี้เราทำตัวให้พิเศษ ทำวันนี้ให้มันพิเศษขึ้นมา มันก็กลายเป้นวันที่พิเศษวันนึงได้เช่นกัน
แปลกใจไหมทำไมมือถือตัวดีของฉันมันถึงไม่ทำงาน ก็เจ้าโทรศัพท์มือถือของฉันมันคงอิ่มไปตลอดทั้งคืนเลยละซิ ถึงได้นอนหลับปุ๋ยไปอย่างนี้น่ะ ทำไมนะเหรอ ... ก็เพราะ sms ที่ส่งกันมาอวยพรวันเกิดให้ฉันนะซิ -- ขอบคุณมากๆๆๆ ขอบคุณจริงๆ สำหรับ sms ทุกฉบับ ขอบคุณสำหรับทุกคน ที่ยังคิดถึงกันอยู่ ขอบคุณที่อดตาหลับนับถอยหลังส่ง sms มาหากันนะ อยากบอกว่าซึ้งใจจริงๆ และขอบคุณที่ทำให้วันนี้ของฉันกลายเป็นวันพิเศษที่มีค่าจริงๆ สัยญานะว่าจะไม่มีวันลืมวันนี้ไปเลย ..
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ที่สุดสำหรับวันนี้ ... ขอขอบคุณ ป่าป๊าและ หม่าม๊า มากๆ นะคับ - -" ที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกคนนี้มาถึง 20 ปี มันเป็นช่วงเวลาที่ลูกจะจดจำมันไปตลอด ขอบคุณสำหรับคำสอนของป๊าและม๊านะ ที่พยายามบอกให้ลูกดตเป็นผู้ใหญ่สักที ก็อย่างที่ว่าแหละ555+ ทำไม่ได้จริงๆ เพราะขนาดโตขนาดนี้ยังวิ่งเล่นตีก้นอยู่กับเพื่อนอยู่เลย 555+ แต่ลูกจะสัญญานะว่าจะเป็นลูกที่ดีของป๊าและม๊าตลอดไป และจะไม่ทำให้ป๊าและม๊าผิดหวังนะ สัญญาด้วยเกียรติน้อยนิดแต่มหาศาลของลูก ...เอ่อ อ่ะ ด้วยเกียรติของลูกเสือด้วยเลยอ่ะ แต่ที่สำคัญที่สุดที่จะไม่บอกไม่ได้เลย รักป๊าและม๊ามากๆ เลยนะ มากที่สุดในโลกด้วย จุ๊บส์ๆๆๆๆ
ขอบคุณเพื่อนที่นิเทดทุกคนนะที่ช่วยกันแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้เราวันนี้ อยากบอกว่าทุกคนน่ารักมาก รักพวกแกมากๆๆ เหมือนกัน สัญญานะว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีของพวกแกตลอดไปเลย เย่ๆๆๆ
และพิเศษหน่อยนึง ตอง แมท เทป แฟง เม่น แพน หลิว โก๋ กิ๊ก ลูกปัด ผึ้ง และกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวชื่อนะ อย่าน้อยใจไปล่ะ ขอบคุณพวกแกมากเว่ย ที่ยังจดจำวันเกิดของเพื่อนคนนี้ได้ ขอบคุณพวกแกด้วยใจจริงๆ เว่ย ทุกสิ่งที่พวกแกพยายามมอบให้เราเราก็รู้สึกทราบซึ้ง และขอรับไว้ด้วยใจจริงๆ ขอบคุณมากๆ นะ .. เอ่อ คิดคำไม่ออก มันตื้นตันจริงๆ ว่ะ รักพวกแกทุกคนจริงๆ เลยนะ รักมาก และจะมากขึ้นอีก -- ขอบคุณของขวัญของพวกแกนะที่ซื้อหามาให้เรา มันงดงามจริงๆ เราจะเก็บมันเอาไว้ให้ดีที่สุด ให้คุ้มกับที่พวกแกหามาให้เรานะ สัญญาจากใจ และนี่เลย การ์ด สามมิติ (ไม่รู้เรียกว่าอะไร) เราชอบมาก และขอบคุณสำหรับคำอวยพรที่แกเขียนให้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่ข้อความสั้นๆ ก็เหอะนะ แต่สิ่งที่เรารับมาจากพวกแกมันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือว่ะ มันคือใจของพวกแกทุกคนว่ะ ....
*สำหรับเพื่อนคนนึง: เราจะบอกแกว่า เราไม่ได้รู้สึกโกรธแกแล้วแม้แต่น้อย ไม่ใช่สิไม่ได้โกรธแกเลยหล่ะ ตลอดเวลา เกือบ 5 เดือนเต็มที่ห่างหายกันไป เราคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าเสียดายอย่างมากเลยจริงๆ เนื่องในดอกาสนี้เราก็อยากจะพูดไรกับแกว่ะ (เผื่อแกจะเข้ามาอ่าน) ตอนนี้นะ เราพยายามคิดทบทวนทุกอย่างที่ผ่านมา และจะบอกแกว่า "เราถือว่า 5 เดือนที่เราไม่ได้พูดจากันนั้น เราคิดว่าเพื่อนของเราคนนี้ไปผจญภัยอยู่ในโลกกว้างแห่งนึงที่ซึ่งอาจจะทำให้แกมีความสุข แกอาจจะได้เจออะไรใหม่ๆ จากที่เมืองเล็กๆ มันไม่มีให้กับแก แต่ยังไงก็อย่าไปนานนะ แวะกลับมาหาเพื่อนคนนี้ได้แล้ว เราจะบอกแกว่า ฉันยังยืนรอแกอยู่ที่หน้าประตูเมืองที่เดิม ที่ๆ ฉันพาแกมาส่งก่อนที่แกออกเดินทาง และหันหลังจากฉันไปนะ อย่าห่างกันไปนานนักซิ ไม่รักกันแล้วเหรอ ไม่อยากจะกลับมาหาเพื่อนคนนี้แล้วเหรอ ... แต่ก็เอาเถอะ เราจะไม่บังคับหรือฝืนใจแกนะ ถ้าแกเดินทางไปแล้วแกมีความสุขเราก็ดีใจกับแกด้วย แต่ถ้าแกอยากกลับมาเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าง เราก็อ้าแขนรับแกเหมือนเดิมว่ะ และเราไม่เคยคิดเลยว่าแกไม่ใช่เพื่อนของเรา ก็แค่อยากให้รับรู้ไว้ว่ะ"
ขอบคุณพี่ฝน วี เก่ง อ่อง อ๋า นุ หมวก กนก ตาล เบสท์ พี่โอ้ พี่คริสตี้ ดองบัง พี่เจาจิน และทุกๆ คนมากๆๆ สำหรับเค้กวันเกิด ที่สุดพิเศษที่สุด มันเซอร์ไพรซ์มากๆๆๆ อยากจะบอกว่าขอขอบคุณจากใจจริงๆๆ ทำตัวไม่ถูกเลยอ่ะ ขอบคุณนะที่รักกัน อยากจะบอกกับทุกคนจริงๆ ว่า รักทุกคนมากมายนะ รัก รัก รัก รัก รักจริงๆ อ่ะ เชื่อยังอ่ะ - -" ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่มอบให้กันในวันนี้ ของทุกชิ้นทุกอย่างมีค่ากับเรามากๆ เลยนะ .. ตื้นตันจากใจจริง พูดไม่ออกเลยอ่ะ ง่ะ
*สำหรับบางคน: ขอบคุณมากๆ นะ สำหรับสิ่งดีๆ ที่มีค่ายิ่ง ที่มอบให้กัน จะบอกว่ามันเป็นของที่มีค่ามากๆ ฮือๆๆๆ .. ตกลงแล้ว มันไม่แตกเลยแม้แต่น้อย เย่ไม่ต้องซื้อกาวมาติดแล้วล่ะ มันน่ารักมาก สัญญาว่าจะเก็บรักษาไว้ให้ดีที่สุดนะ ส่วนการ์ดก็แขวนไว้ข้างคอมฯ แล้ว สัญญาอีกว่าจะไม่ทำมันหายไปไหน ถ้าไม่เชื่อก็มาดูเองเลย .. เซอร์ไพรซ์สุดๆๆๆ ตังตัวไม่ทันจริงๆ อึ้ง! พูดไม่ออก บอกไม่ถูก 55++ ตื้นตันจริงๆ อยากให้รู้ว่าขอบคุณมากๆ นะ
อ่า...น้องๆ จากค่ายทุกคนที่ส่ง sms มาร่วมโหวต เย้ย!!! ไม่ช่าย ส่ง sms มาแฮปปี้เบิร์ทเดย์ เย้ย!!! ถูกแล้ว โอเค .. ขอบคุณมากๆ เลย พี่จะบอกว่าดีใจมากที่น้องๆ ไม่ลืมพี่นะ ดีจัยที่ยังจดจำวันๆ นี้ของพี่ได้อ่ะ ขอบคุณจริงๆ ... แม้ตัวจะห่างไกลแต่ใจก็ยังใกล้กันเสมนะจ๊ะ รักน้อง ๆ ทุกคนนะ จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆ โอเค เป็นอันว่าจบละ
A story by |:)
J o s e p h i n e d e L ' A m o u r..........
* โ จ เ ซ ฟิ น เ ด อ ล า มู ร์
ฅ น ส ร้ า ง เ รื่ อ ง 11月14日 ค น ไ ม่ มี สิ ท ธิ์ :(ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่ไม่รู้จักความรัก
หลายคนที่เป็นคนโชคดีที่เข้าหามันแล้วมีความสุข
แต่อีกหลายคน ความสุขนะเหรอแทบจะค้นหาไม่เจอ
แน่อยู่แล้วที่ว่าคนเราทุกคนล้วนมีอะไรที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นคนนึงที่โชคดี
ความแตกต่างระหว่างคนสองคนก็ผสานคุณเข้าหากันได้อย่างง่ายดาย
แต่ถ้าคุณเป็นคนนึงที่โชคร้ายล่ะ มันกลับจะดูเหมือนว่าทุกครั้งที่คุณเข้าใกล้มันเมื่อไหร่ คุณจะรู้สึกเหมือนกับว่ามันก็ยิ่ง ห่าง ห่าง ห่าง และห่างกันทุกที
(แน่ละ วันนี้ที่มาอัพสเปซ ก็คงเป็นอีกวันนึงที่ดูไร้สาระ แต่สิ่งที่ไร้สาระเหล่านี้มันก็คือเรื่องจริง)
แต่วันนี้ขอเป็นคะเสียงให้กับคนที่โชคร้ายละกันนะ
การที่ตกอยู่ในสภาพที่โชคร้ายก็คงไม่ต่างอะไรจากคนที่ไม่มีสิทธิ์ เพราะคุณเคยคิดไหมว่าคุณมีสิทธิ์อะไรในตัวคนที่คุณหลงใหลบ้าง แต่สำหรับฉัน ตอบได้เลย คงไม่มี และคงจะไม่มีวันด้วย แต่อย่างน้อยแล้วสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ก็คือ " เ จี ย ม ตั ว " ความรู้สึกหลายอย่างมันก็ไม่ต่างจากเนื้อเพลงข้างล่างนี้สักเท่าไร หวังว่าคุณๆ ทุกคนก็เคยฟังกันนะ
คนไม่มีสิทธิ์
อยากรู้ใจเธอมีฉันหรือเปล่า อยากรู้ว่าเธอได้ยินบ้างไหม ก็เสียงใจมันบอก ว่ารักเธอมากมาย ร่ำร้องเรียกภายในใจเท่านั้น ก็รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ต้องการให้เธอเสียใจ แค่คนๆ เดียวไม่มีค่าเท่าไร กลัวฉันไปทำลายหัวใจเธอ * ฉั น มั น ค น ไ ม่ มี สิ ท ธิ์ ถ้าคิดรักเธอจะผิดไหม ขอช่วยทำให้ฉันมั่นใจ ว่าเธอคือคนนั้นที่ฉันรอ ** ไม่รู้ต้องทนอีกนานเท่าไร ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรทำเช่นไร ให้เธอรู้ความในใจว่ารักเธอ ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรทำเช่นไร ให้เธอรู้ว่าในใจฉันรักเธอ
การตกเป็นคนที่ไม่มีสิทธิ์ ดูเป็นเรื่องที่น่าตลกนะ ในเมื่อเราอยู่ในฐานะที่เป็นคนที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย แล้วสิทธิ์ใดบ้างล่ะ เราคนที่ตกอยู่ในสภาพนี้จะทำได้บ้าง มันดูเป็นเรื่องที่ทรมานนะหากคุณเป็นคนที่เก็บงำความรู้สึก บางครั้งคุณอาจจะยืนอยู่ตรงหน้าคนนั้นของคุณ ไม่ใช่สิ ยืนอยู่ตรงหน้าคนที่คุณชอบ คุณก็ได้เพียงแค่แสดงสีหน้าว่าคุณมีความสุขออกมา ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงข้างในใจคุณ มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น คุณจะแสดงความทุกข์ออกมาให้เขาเห็นทำไมล่ะ คุณจะได้อะไรจากสิ่งที่คุณทำ หากคุณกระทำออกมา นั่นหมายความว่าสิ่งที่คุณจะได้รับกลับไปเป็นรางวัลนั่นก็คือความว่างเปล่า เป็นเพราะอะไรเหรอ นั่นก็เป็นเพราะว่า คุณไม่มีสิทธิ์!!! คุณอยากรู้ไหมว่าคนที่คุณชอบเค้ารู้สึกอย่างไรกับตัวคุณ แต่ถ้าคุณเลือกได้คุณจะเลือกให้มันออกมารูปแบบไหนล่ะ ระหว่างไม่ต้องรับรู้ดีกว่าเป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เพราะความจริงบางอย่างมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดก็ได้ มันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนจริงๆ ทำไมโลกนี้ต้องมีสิ่งนี้ให้คนเราได้เรียนรู้ ด้วยนะ คุณจะรู้สึกดีไหมล่ะ ถ้าความจริงมันเป้นสิ่งที่คุณไม่ได้คาดหวัง เชื่อเลยว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครหรอกที่จะยืนแข็งแกร่งอยู่ได้เมื่อถึงเวลานั้น เพราะบางทีคำตอบนั้นแหละ คือสิ่งที่จะฉุดกระชากแรงของคุณให้วูบลงไม่เพียงกี่วินาที แต่คุณก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอะไรเหรอ ก็เพราะว่าคุณไม่มีสิทธิ์!!!
แล้วถ้าเป็นเช่นนี้เราจะทำอะไรได้บ้าง หากเราอยากจะแสดงความเป็นห่วงเค้าล่ะ เราจะทำได้ไหม เมื่อคุณอยู่ในฐานะคนไม่มีสิทธิ์ ก็ชักจะไม่แน่ใจสักเท่าใด แต่ถ้าคุณคิดอยากจะหวงเค้าละก็ บอกได้คำเดียวเลยว่า ไม่มีทาง คุณเป็นเจ้าของชีวิตเค้าเหรอ ... อย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณเป็นใคร
สิ่งที่พอจะแนะนำตัวคุณเองได้นั่นก็คือ ทำไปเถอะ หากสิ่งที่คุณทำนั้นมันทำให้คุณพอมีความสุขมาหล่อเลี้ยงชีวิตของคุณขึ้นมาได้บ้าง หากสิ่งนั้นทำให้คนที่คุณชอบมีความสุขถึงแม้ว่าคุณเองจะเป็นฝ่ายที่เจ็บปวดก็ตาม หากสิ่งนั้นมันออกมาจากใจของคุณจริงๆ ... ไม่ต้องกลัวว่ามันจะผิดหวัง เพราะถึงเวลานั้น คุณก็คงไม่มีสิทธิ์ที่จะสมหวังอยู่แล้ว T_T
อ้างอิงจาก: ตำราชีวิต
ปล. มันดูไร้สาระจริงๆ อ่ะ ก็ทนอ่านๆ กันละกัน ถ้าทำให้รู้สึกแย่ก็ขอโทดนะ แต่สิ่งที่อยู่ข้างบนนี้ คุณอาจเป็นคนนึงที่กำลังคิดมันอยู่ตลอดเวลาก็ได้
A story by |:)
J o s e p h i n e d e L ' A m o u r..........
* โ จ เ ซ ฟิ น เ ด อ ล า มู ร์
ฅ น ส ร้ า ง เ รื่ อ ง 11月2日 Deep blue Diary : บันทึกรักสีน้ำทะเล02.11.2006 | บันทึกแห่งความทรงจำ ตราบเท่าที่ฉันจะยังคงหายใจ...
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เอาชีวิตของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับ space นี้เลย บางทีตัวของฉันเองกลับลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า ตัวเองก็มีสิ่งๆ นี้เหมือนๆ กับชาวบ้านเขา แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า ฉันได้ห่างหายมันไปนานมาก นานจนฉันเองก็ไม่สามารถที่จะระลึกถึงวันเวลาครั้งสุดท้ายที่ฉันได้นั่งจดจ่ออยู่กับสิ่งนี้ และบรรจงที่จะเล่าเรื่องราวชีวิตของฉันผ่านหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์อย่างคนอื่นเขา
ชีวิตของนิสิตปี 1 ของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มันผ่านไปราวกับลมพัด ทุกครั้งที่ฉันหลับตา ฉันยังคงที่จะระลึกถึงเรื่องราว ที่ร่วงเลยผ่านไปได้เป็นอย่างดี อย่างที่ฉันบอก บ้านแห่งนี้ไม่ได้สอนให้ฉันรับรู้เพียงแค่วิชาความรู้เท่านั้น แต่สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มากกว่านั้น มันคือ " ชี วิ ต " สิ่งที่ละเอียดอ่อนของชีวิตมากมายหลายประการ ผ่านประสาทสัมผัสของฉันมาหมดทั่วทั้งทุกกรณี แต่อย่างไรก็ดี เรื่องราวที่เดินผ่านเข้ามาในประตูของชีวิตของเราทุกคนก็ย่อมมีทั้ง เรื่องราวที่ดีและร้ายปะปนกันไป หากเพียงแต่เราเลือกที่จะใส่ใจกับเรื่องราวดีๆ เอาไว้ สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยจรรโลงจิตใจของเราให้มีความสุขยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องราวที่เลวร้าย ก็ขอให้จงมองว่ามันเป็นบทเรียนของชีวิต ที่ควรค่าแก่การจดจำ มองว่ามันเป็นเหมือนครูที่สอนให้เราเข้าใจโลกใบนี้ได้ดีขึ้น แต่ก็อดใจที่จะขอบคุณมันไม่ได้ ที่อย่างน้อยที่สุดเวลาได้รู้จักกับเรื่องราวที่เลวร้าย ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เรารู้จักกับความเข้มแข็งมากขึ้น แต่สำหรับฉัน ฉันมักจะไม่แน่ใจในสิ่งที่ฉันคิดเสียแล้ว แต่โดยภาพรวมของเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เอาเป็นว่าฉันมีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ในบ้านแห่งนี้ ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ขอบคุณบ้านหลังใหม่ที่ให้ฉันได้มาทุกสิ่ง
กล่าวมาก็มากมายแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรืองที่เกี่ยวข้องกับบันทึกชิ้นนี้ละกัน "ค่ายเติมฝัน จังหวัดภูเก็ต โครงการ 2" มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากสำหรับสิ่งนี้ ฉันยังหลับตาแล้วมองเห็นวันวานของครั้งแรกได้อย่างจับใจ แต่พอลืมตาขึ้นมา ครั้งที่ 2 ก็วิ่งเข้ามาหาฉัน จนฉันแทบจะตั้งตัวรับไม่ทัน ความรู้สึกแรกที่ได้รับมอบหมายให้ทำค่ายครั้งนี้ บอกออกมาได้เลยอย่างที่ไม่ต้องคิด "เหนื่อย" เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ กลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ฉันไม่แน่ใจว่าฉันและเพื่อนของฉัน เราทุกคนจะเดินผ่นมันไปได้สำเร็จหรือไม่ หลายครั้งที่เกิดการท้อแท้ แต่พอมองกลับมา คนที่อยู่ข้างเราก็เหนื่อยไปด้วยกัน ทันใดนั้นฉันก็เปลี่ยนความคิดของตัวเองทันที เอาล่ะ เหนื่อยก็เหนื่อยด้วยกัน สุขก็ขอให้สุขด้วยกัน ทุกข์ก็ขอให้มันทุกข์ด้วยกัน สิ่งนี้ละมั้งที่เค้าเรียกว่า "นิยามของคำว่าเพื่อนตาย" บทสรุปของสิ่งนี้ ฉันดีใจที่สุดที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุกคนร่วมมือกันมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ดีเกินที่ฉันได้คาดเอาไว้เสียอีก ขอบคุณ อ่อง วี พี่ฝน อ๋า นุ เก่ง เจมส์ และอีกหลายๆ คน ที่อยู่ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านมาได้ด้วยดีนะ :)
8 วัน 7 คืน กับค่ายเติมฝัน ... มันเป็นเวลาที่รวดเร็วมาก มากจนฉันอยากที่จะย้อนเวลากลับไปหามันอีกครั้ง ฉันขอเรียกชื่อมันว่าค่ายแห่งการเรียนรู้มิตรภาพ ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมายหลายคน ไม่เคยคิดว่าคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่พอมาถึงวันนี้มันกลับมีความสัมพันธ์ ราวกับเราทุกคนเคยรู้จักมาก่อนหลายปี ฉันอยากที่จะเก็บสิ่งดีๆ เหล่านี้เอาไว้ให้ตลอดเท่าชีวิตของฉัน ขอบคุณเพื่อนๆ staff ค่ายทุกคนนะ ที่ร่วมกันผ่านนิทานเรื่องนี้มาด้วยกันจนจบตอน ขอบคุณน้องค่ายที่น่ารัก ทุกคนนะที่มาค่ายในครั้งนี้ น้องๆ น่ารักมาก มากจนอดจะคิดถึงไม่ได้ ในวันที่จะต้องจากลา ... เราคงจะได้พบกันอีก ตราบเท่าที่เรายังหายใจ...
S p e c i a l C r e d i t *
- m u a k ' : ขอบคุณนะ สำหรับเรื่องราวดีๆ ที่ได้มอบให้เราได้จดจำ และขอบคุณสำหรับหลายๆ เรื่องนะ ดีใจที่ได้รับความสุขกลับไปจากค่ายนะ :)
- P ' เ จ า จิ น : เจ้ "คิม ซัม ซุน" ที่หลอกน้องๆ จนท้ายที่สุดก็ต้องเปิดเผยตัวจริง เจ้เป็นพี่สาวที่น่ารักมากที่สุดคนนึง...รักเจ้นะ
- P ' O h : ขอบคุณพี่โอ้นะ ที่มาช่วยทำค่ายกันอีกปี ...รักพี่โอ้นะ
- P ' ยิ้ ม : ขอบคุณพี่ยิ้มที่มาช่วยกันทำค่ายนะ ในที่สุดก็เป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการแฟชั่นนะพี่...รักพี่ยิ้มนะ
- P ' กุ้ ง : ขอบคุณอธิการบดีนะ ที่มาช่วยกันสร้างสีสันอีกปีนึง พี่กุ้งเป้นพี่ที่ดีคนนึงของเรานะ มีไรก็ปรึกษากันได้นะพี่ ...รักพี่กุ้งนะ
- B e s t : ดีใจนะที่ได้รู้จักกับแก แกเป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึงของเราเลย ขอบคุณที่ป็นที่ปรึกษาในเรื่องที่ชาวบ้านเค้าไม่รับฟังได้...รักเบสท์นะ
- ม า ร์ กี้ : ดีในเมือนกันที่ได้รู้จักมารืกี่นะ มาร์กี้น่ารักมาก และเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลย ขอบคุณแกนะที่มาช่วยกันทำค่าย...รักมาร์กี้นะ
- ต า ล : ในที่สุดก็พบความฝัน ฝันที่เป้นนางแบบร่วมกัน 555++ ...รักตาลนะ
- ป อ : ขอบคุณปอที่มาช่วยทำค่ายนะ เสียใจที่ไม่ค่อยได้คุยกับปอเลย ปอเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลยนะ งั้นคราวหลังขอแก้ตัว เจอกันอย่าลืมทักกันมั่งล่ะ
- ห น ก : เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเป็นคนภูเก็ตเหมือนกัน ในที่สุดก็เจอเด็กภูเก็ตในจุฬาฯ อีกคน แกเป็นคนดีว่ะ แล้วไว้เจอกันนะ
- M h e n : ดีใจที่แกมาช่วยทำค่ายเราอีกปี ขอโทษด้วยนะที่เราไม่ค่อยได้ดูแลแกสักเท่าไหร่เลย รู้สึกผิดว่ะ ที่ไม่ได้ดุแลแกสักเท่าไร แต่เราก็ดีใจที่เห็นแกมีความสุข ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้เรานะ ...รักแกมากมายเลยเม่นเอ้ยยย !!!
- ด อ ง บั ง ชิ ง กิ (หนุ่มๆ จากเสดสาด) - ขอบคุณมากมายที่มาช่วยทำค่าย ไม่ค่อยได้คุยกันเลยอ่ะ แต่ยังไงก็ขอขอบคุณจริงๆ นะ
- พี่ จั ง ห วั ด ทุ ก ค น : ขอบคุณพี่ๆ มากที่กลับมาช่วยกันทำค่ายของน้องๆ อีก ขอบคุณที่ให้คำปรึกษาดีๆ จนค่ายของน้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ...รักพี่ๆ ทุกคนนะ
- น้ อ ง ๆ จั ง ห วั ด : ขอบคุณพวกแกมากที่สละเวลามาช่วยทำค่าย พี่ไม่รู้จะพูดไรด้วยว่ะ สิ่งที่พูดก็ออกมาหมดแล้วในวันที่ได้บายสีให้ ก็ขอให้เก็บสิ่งดีๆ ที่ได้รับในคืนนั้นให้ดีนะ มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่พี่อยากให้น้องๆ ของพี่จริงๆ ...รักน้องๆ ทุกคนนะ (เอาใจไปเล้ยยย!!!)
- น้ อ ง ๆ ค่ า ย ที่ น่ า รั ก ทุ ก ค น : จงจำไว้ว่าเราไม่ได้จากกันไปไหน ขอเพียงแค่เรามีใจส่งถึงกันแค่เท่านี้ก็เพียงพอ ขอบคุณนะสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบมาให้ และขอให้น้องๆ เก็บเรื่องราวดีๆ ที่พี่ทุกคนตั้งใจมอบให้เก็บไว้ด้วยนะ ....จะรักและคิดถึงน้องๆ ทุกคนนะ
"... ก ว่ า จ ะ รั ก เท่าวันนี้
กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา
ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร
อยากจำคิด ต้องจากกัน
เป็นแค่ฝันแต่ความจริงนั้น
เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่ ง วั น ว า น ..."
A story by |:)
J o s e p h i n e d e L ' A m o u r..........
* โ จ เ ซ ฟิ น เ ด อ ล า มู ร์ 2月15日 LOVE IS......"ความรัก ก็ยังคงเป็นสิ่งที่สวยงาม รัก... ไม่มีผิด... ไม่มีถูก...
แม้การให้อภัย อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลืม
2月2日 กลับมาอัพอีกครั้งเหย....
ช่วงนี้เหนื่อยจัง งานอารายๆ ก็เข้าๆ กันมา แบบไม่ขาดสายเลยทีเดียว
เป็นช่วงที่เด็กนิเทศแบบว่า ต้องเจอกับงานง่ะ คิดดูดิ เป็นไปได้
สำหรับช่วงนี้เน้อ...
แอบหนักใจจริงๆ บางครั้งเราเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอารมณ์ ถึงเปลี่ยนแปลงไปบ่อยจังเลย
อาจเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างที่ดูเปลี่ยนแปลงไป หรือเราแอบคิดมากไปแล้ว
ภายนอกที่อาจดูสดใส แต่ทำไมข้างในไม่เป็นอย่างที่เห็นเลย
ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วหล่ะ ที่เค้าบอกว่า "ในงานเลี้ยงอันสนุกสนาน แต่บางมุมก็แอบมีคนที่ทุกข์อยู่" เป็นยังไง
แตเอาเหอะยังไง เราก็ต้องผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายไปให้ได้...
ขอบคุณเพื่อนๆ ในกลุ่มนะที่อยู่ข้างๆ กันมาตลอด ขอบคุณมากๆ นะ เห้ย รักพวกแกจังเลย
ตอนนี้แอบทำเอ็มวี present อังกิด 555++ ตลกว่ะ ตัดเองยังขำเรย เอาเหอะถือเป็นการเปิดตัวที่ดีเน้อ
ไว้จะปรับปรุงฝีมือให้ดีละกันเน้อ
ปล.วันหลังจะเข้ามาอัพใหม่ ไปทำงายก่อนหล่ะ ภาวะที่ไฟรนตูดจริงๆๆ
แล้วไว้เจอกันนะ ^^ 1月19日 จ๊ะเอ๋! ลูกนก...จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนิเทศศาสตร์ ต้องมาเจอกับ Jc มธ.สวัสดีนะเพื่อนๆ...
จำกันได้รึเปล่าว่าเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2549 ที่ผ่านมานี้ เป็นวันอะไร
"จ๊ะเอ๋ลูกนก" ไง .. เอาละเด๋วจะเล่าให้ฟังละกันเน้อว่าที่ผ่านมาเป็นไงกันบ้าง...
ก่อนอื่นขอบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่นิเทศเราจะได้มาเจอกับเด็กเจซี เน้อ ไม่รู้ดิมันเป็นฟีลที่แบบว่า ได้เจอเพื่อนใหม่มั้งก็เลยรู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดาอ่านะ
ฝั่งนิเทศเตรียมงานกันน่าดูทีเดียว (ฝากถึงเด็ก เจซี ด้วยนะ) ... ซึ่งงานนี้ฉันได้อาสาที่จะอยู่ฝ่ายสันทนาการแหละ กังวลมาก เพราะคิดว่ามันเป็นงานที่ดูหนักหน่วงพอดูเลยนะ กับการที่มาอยู่ที่ฝ่ายนี้เพราะว่าเราต้อง entetain คนดูให้รู้สึกพอใจ และสนุกสนานกับเราด้วย ซึ่งแอบเครียดเป็นอันมากว่าจะทำได้รึเปล่า
งานฝ่ายนี้ค่อนข้างหนักมากนะ เพราะต้องคิดกิจกรรมต่างๆ มากมายเลยทีเดียว ส่วนคนที่ทำฝ่ายนี้ส่วนใหญก็เป็นเพื่อนในกลุ่มของเราทั้งนั้น เหอๆ สนุกดี ได้ทำงานกับพวกนี้ง่ะแอบเครียดแต่ก็รู้สึกสบายใจว่ะ๕๕๕ งาหลักของพวกเราอย่างที่บอกก็คือ จัดเตรียมการแสดงตั้งแต่เปิดงาน กันเลยทีเดียว เริ่มต้นด้วยหน้างาน ที่โต๊ะลงทะเบียน ก็คิดกันในกลุ่มว่าเออ จะเอาไงดีน่ะ ที่ให้มันดูแปลกๆ ก็ออกมาอย่างที่เห็นอ่ะแหละ ทุกคนที่อยู่ที่โต๊ะรับแขกก็กลายเป็นครูแก่ๆ กันไป555++ ขำดี
จากนั้นก็เป็นส่วนของงานแสดงเปิดงานจ๊ะเอ๋แล้วหล่ะ ยิ่งทำให้เครียดกันเข้าไปใหญ่ว่าเราจะแสดงอารายกันดีล่ะเนี่ย ถ้าหากทำออกมาไม่ดีละก็นะ เหย หน้าแตกแน่ ตอนแรกพวกเราแอบจะแสดงเป็นตุ๊กตาบาร์บี้เกิร์ลกัน แต่เอาไปเอามา เหอๆ คิดไม่ทันคับท่านผู้ชม ก็ล้มเลิกไป ปวดหัวกันต่อสามวัน...
จนวันนึง ก็พอดีมาทำงานที่บ้านกิ๊ก แล้วแอบไปเจอหนังสือการ์ตูนเล่มนึง คือ เซเลอร์มูน นั่นเองก็เกิดปิ๊งขึ้นมาเลย ว่า เออ สมัยเด็กๆ เราเด็กๆ จะชอบดูกันนี่ คือจะบอกว่า theme ของงานในวันนั้น เกี่ยวกับวันเด็กเราเลยต้องหาการแสดงที่เข้ากับวันเด็กด้วย ... คราวนี้ก็ได้ข้อสรุปกัน อ่าว จะทไงดีล่ะชุดก็ไม่มี ฉันก็ออกแบบชุดกันอีก ไปสำเพ็งกัน ซื้อผ้ามามากมายเลยทีเดียว ก็ตัดเย็บกันเย็นนั้นแหละ เหอๆ ผ้าที่เย็บก็เย็บสวยเชียร่ะห์ ก็เนาเป็นอย่างเดียว แค่นั้นแหละ เหอๆๆ ก็เย็บไม่เป็นนิได้แค่นี้ก็บุณแล้วเหอะ ... ตัดเย็บผ้าไปก็แอบเครียดอีกว่า เออมันจะออกมาดูดีป่ะวะ ก็เอาเหอะยังไงทำแล้วนี้ก็ลองดูสักตั้งล่ะว้า ในที่สุดก็ตัดชุดเสร็จ ว้าวววววว...........น่ารักมาก มันช่างเป็นชุดเซเลอร์มูนที่ดูสมจริง น่ารักที่สุดในโลกเลย ภูมิใจมากๆ ที่มันออกมาดูดีกว่าที่คิดเอาไว้อ่ะ
เอาหล่ะชุดเสร็จ อ่าว..แล้วคราวนี้แล้วจะให้ใครเป็นเซอร์เลอร์ไรล่ะ เอาล่ะฉันก็จัดการหาคนทันทีก็ได้มาดังนี้เลย
1. นังผึ้ง เป็น เซเลอร์มูน
2. นังโก๋ เป็น เซเลอร์เมอร์คิวรี่
3. ฉันเอง เป็น เซเลอร์มาร์ส
4. อาหลิว เป็น เซเลอร์จูปิเตอร์
5. อีแพน เป็น เซเลอร์วีนัส (สวยเชียร่ะห์)
6. นังกิ๊ก เป็น เซเลอร์เนปจูน
7. อีอุ่น เป็น เซเลอร์ยูเรนัส
คราวนี้กถึงคราวที่จะต้องซ้อมท่าเต้นกันแล้วหล่ะ ได้ข่าวว่าที่เห็นออกมาก็ซ้อมกันวันนึง ก่อนถึงวันจริง ซ้อมเสร็จก็เล่นเอาน่วมไปเลยเหอะ ปวดไปทั้งตัวเลย วันนั้นซ้อมเสร็จก็กลับบ้านไปเก็บตัวกัน 555++
รุ่งเช้า...ก็มาถึง ตื่นเต้นเชียว ไม่ใช่อารายหรอก ตื่นเต้นที่จะได้เห็นเด็ก เจซี นั่นเอง 555 อีนี่มันร้ายเหอะ ครายบอกว่าเราร้ายคนเดียวหล่ะ ก็ร้ายกันทั้งคณะอ่ะแหละ เหอๆ
ตอนนี้มาตอนเปิดงาน ก็แบบแจวกันใหญ่เรย "เเจว มาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว..." บางทีก็แอบแจวเป็นชั่วโมงเชียว โหยแบบว่าเบื่อการแจวันไปข้างนึงเลย แอบได้ข่าวมาว่าเด็ก เจซี แจวเป็นอย่างเดียว จิงป่ะว่ะ ไอนี่ก็ต้องลองถามเค้าดูอ่านะ อ่านะ แต่ละคนก็แบบว่าแจวกันแบบ เอวแทบจะหลุด เป็นภาพที่น่าหวาดเสียวซะจิงๆ แจวแล้วก็แจวอีก แจวกันจนแบบ เจื่อนไปเรย 555+++ คราวนี้ได้เวลาเปิดงานจริงๆ แล้ว ตื่นเต้นล่ะสินี้ จะได้เต้นแล้ว โอ้ย ทามมายมันเร็วอย่างนี้ว่ะ พูดกับตัวเองตลอดเลยนะ อู๊ย กรูอาย.... แต่ก็ทำไปได้ ไม่เข้าใจตัวเองเรย ขอบอกว่าวันนั้น ฮามากๆๆๆๆ เชียว
ปล.คงต้องจำไปตลอดชีวิตเลยเหอะ
แต่พอเต้นจบนะก็แอบบดีจัยมาก เพราะงานที่เราช่วยกันคิดประสบผลสำเรจเป็นอันมาก
ป้าตอง เกิดกันไปข้างนึงเลย ฮามาก นกแล้วยังขำไม่หายเลยเหอะ
งานเลิกก็ดึกมาก แต่ก็เเอบเสียดายที่เลิกเร็วไป ไม่ทันได้แด๊นซ์เลย...อ่านะ
วันนั้น ยังขนุน กิ๊กมานอนที่หอ เพราะกลับบ้านไม่ได้ บีทีเอส มันปิด ... ต้องสวดมนต์ทั้งคืนเลยเหอะ สาธุ
บรรยากาศโดยรวมฉันว่าโอเคนะ ถือว่าเป็นงานนึงที่ดูสนุกสนานอีก แต่ก็นะ ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกลา อ่านะ ก็กลับมานอน เหอๆๆ ZzZzZz เช้าขึ้นมาเล่นเอาตื่นสายไปเรยทีเดียว แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ดีแหละนะ เอาเหอะ แลกกับความสนกเหนื่อยแค่ไหนก็สู้ว่ะ ... สู้ ๆ สู้ตาย :-)
|
|
||
|
|